<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘21 ปี  พอช.’  (4) ‘กองทุนสวัสดิการชุมชน’ ร่วมมือภาคีเครือข่าย สร้างตาข่ายสังคมรองรับคนทุกข์-วิกฤติโควิด-น้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&amp;nbsp; ร่วมดูแลประชาชนในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.สิงห์บุรี&amp;nbsp; ช่วยประชาชนในช่วงน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในยามที่เกิดความทุกข์ยากลำบากในสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; น้ำท่วม&amp;nbsp; น้ำแล้ง&amp;nbsp; พายุพัดถล่มบ้านเรือน&amp;nbsp; ไฟไหม้ชุมชนแออัด&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนยากจน คนเฒ่าคนแก่ คนป่วย&amp;nbsp; เด็กเล็ก &amp;nbsp;เรามักจะเห็นภาพหน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชนที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมประชา สงเคราะห์ (ปัจจุบันคือกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และมูลนิธิต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ภาคประชาชนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม&amp;nbsp; กองทุน&amp;nbsp; และเครือข่ายต่างๆ เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ได้เข้ามามีบทบาทในการดูแลช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp; ทั้งในภาวะปกติและในยามวิกฤติ&amp;nbsp; ดังเช่นสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;และในยามเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถือเป็นการสร้างตาข่ายความปลอดภัยทางสังคมรองรับผู้ทุกข์ยากที่ประชาชนคนเดินดินจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลกันเอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐและมูลนิธิต่างๆ เหมือนดังแต่ก่อน !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;ออมวันละ 1 บาท&amp;rsquo; สร้างสวัสดิการภาคประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่ประชาชน&amp;nbsp; คนทั่วไป&amp;nbsp; เกษตรกร&amp;nbsp; ชาวไร่&amp;nbsp; ชาวนา&amp;nbsp; ชาวประมง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ไม่มีระบบสวัสดิการสังคมรองรับในยามเจ็บไข้ได้ป่วย&amp;nbsp; ยามชรา&amp;nbsp; เหมือนกับข้าราชการหรือพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้นกลุ่ม&amp;nbsp; องค์กรชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; สัจจะสะสมทรัพย์&amp;nbsp; เครดิตยูเนี่ยน&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อนำเงินกองทุนที่สมาชิกสะสมมาให้กู้ยืมนำไปประกอบอาชีพ&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในครอบครัว&amp;nbsp; (โดยเสียดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย)&amp;nbsp; เมื่อกลุ่มมีผลกำไรก็จะนำมาปันผลและช่วยเหลือสมาชิกในยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; ช่วยทุนการศึกษาบุตรหลาน หรือในยามเดือดร้อนจำเป็นต่างๆ &amp;nbsp;ถือเป็นสวัสดิการภาคประชาชนที่ประชาชนดูแลกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตัวอย่างที่ถือเป็นต้นแบบของการริเริ่มจัดสวัสดิการช่วยเหลือกันเอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต&amp;rsquo; ของ &amp;lsquo;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;rsquo; (ปัจจุบันเสียชีวิต) ครูประชาบาลในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา&amp;nbsp; ที่เริ่มจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ในโรงเรียนวัดน้ำขาวตั้งแต่ปี 2522 เพื่อให้ครูและนักเรียนมีความประหยัด&amp;nbsp; อดออม&amp;nbsp; มีสัจจะ&amp;nbsp; โดยนำเงินออมมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงขยายไปสู่หมู่บ้านต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยมีแนวคิดคือ &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านลดรายจ่ายเพียงวันละ 1 บาท&amp;nbsp; แล้วนำเงิน 1 บาทมาสะสมร่วมกัน &amp;nbsp;เพื่อให้คนเดือดร้อนกู้ยืม&amp;nbsp; หรือนำไปประกอบอาชีพ โดยคิดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย&amp;nbsp; เมื่อกลุ่มมีรายได้จากดอกเบี้ยจะนำมาปันผลให้สมาชิก&amp;nbsp; และช่วยเหลือสวัสดิการสมาชิกตั้งแต่เกิดจนถึงตาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากแนวคิด &amp;lsquo;กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต&amp;rsquo; ของครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;nbsp; จึงมีองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; พระสงฆ์นักพัฒนา&amp;nbsp; ฯลฯ จากทั่วประเทศได้มาศึกษาเรียนรู้และนำไปขยายผล&amp;nbsp; รวมทั้งครูชบยังได้เดินสายไปบรรยายเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ขึ้นมาทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหลักการคือ สมาชิกจะต้องสะสมเงินเข้ากลุ่มตามที่กำหนด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เดือนละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; อย่างน้อย 100 บาท&amp;nbsp; เมื่อสมาชิกมีความจำเป็นก็สามารถกู้ยืมเงินไปใช้จ่ายได้ตามข้อตกลงของกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเสียดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย (ไม่เกิน 1 บาทต่อเดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; แนวคิด &amp;ldquo;สะสมเงินเพียงวันละ 1 บาทเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือกัน&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp; ได้ถูกต่อยอดจากชุมชนหลายแห่ง&amp;nbsp; จนพัฒนามาเป็น &amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นมาอย่างเป็นทางการในปี 2548 &amp;nbsp;เป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบล&amp;nbsp; หรือเทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 99 &amp;nbsp;กองทุนทั่วประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 16 ปี&amp;nbsp; (ตุลาคม 2564) พอช.ได้สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้ว &amp;nbsp;รวม 6,069 กองทุน&amp;nbsp; จำนวนสมาชิกรวมกันประมาณ &amp;nbsp;5,740,000 คน &amp;nbsp;เงินกองทุนรวมกันกว่า&amp;nbsp; 18,000 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือเฉลี่ยกองทุนแต่ละแห่งจะมีเงินกองทุนแห่งละ 3 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; (บางกองทุนมีเงินมากกว่า 10 ล้านบาท)&amp;nbsp; เงินกองทุนเหล่านี้ได้นำไปช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวันตาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมา อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; เยี่ยมคนชรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อคนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่เป็นการริเริ่มจัดตั้งโดยผู้นำในตำบล (บางแห่งริเริ่มโดยผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล)&amp;nbsp; ชักชวนแกนนำหมู่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กรต่างๆ มาประชุมร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อชี้แจงเป้าหมาย&amp;nbsp; วัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุน&amp;nbsp; คัดเลือกตัวแทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการกองทุน&amp;nbsp; ร่วมกันกำหนดระเบียบกองทุน คุณสมบัติของสมาชิก&amp;nbsp; การสมทบเงิน&amp;nbsp; สวัสดิการที่จะช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่จะให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นรายเดือนหรือรายปีตามความสะดวก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เดือนละ 30 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เมื่อเป็นสมาชิกแล้วอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะได้รับสวัสดิการช่วยเหลือพื้นฐานตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตรช่วยเหลือ 500 บาท&amp;nbsp; นอนโรงพยาบาลช่วยเหลือคืนละ 100 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน 10 คืน&amp;nbsp; ช่วยสมาชิกที่เสียชีวิต&amp;nbsp; 3,000-20,000 บาท (ตามอายุการเป็นสมาชิก)&amp;nbsp; ช่วยภัยพิบัติไม่เกิน 2,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะต้องนำหลักฐานเช่น&amp;nbsp; ใบรับรองแพทย์ บิลค่ายา&amp;nbsp; ใบมรณบัตร&amp;nbsp; มาขอเบิกแก่คณะกรรมการ&amp;nbsp; แม้จำนวนเงินที่ช่วยเหลือจะไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ก็เป็นการช่วยเหลือที่ทันท่วงที&amp;nbsp; ไม่มีระเบียบขั้นตอนมากมาย&amp;nbsp; ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; รัฐบาลได้สนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; โดยการสมทบเงินเข้ากองทุนในอัตรา 1 ต่อ 1 เช่น&amp;nbsp; สมาชิกสมทบเงิน 365 บาท/คน/ปี&amp;nbsp; รัฐบาลก็จะสมทบเท่ากัน&amp;nbsp; รวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นก็สามารถสมทบเงินเข้ากองทุนได้&amp;nbsp; เพื่อให้กองทุนเติบโต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้บางกองทุนอาจจัดสวัสดิการให้สมาชิกได้หลากหลายตามความเหมาะสม&amp;nbsp; เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน เทศบาลตำบลอุโมงค์&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ลำพูน จัดตั้งขึ้นในปี 2550 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 7,000 คน&amp;nbsp; มีสวัสดิการถึง 24 ประเภท เช่น&amp;nbsp; ค่ารถไปโรงพยาบาล &amp;nbsp;สวัสดิการเมื่อบวช&amp;nbsp; เกณฑ์ทหาร&amp;nbsp; แต่งงาน&amp;nbsp; ขึ้นบ้านใหม่&amp;nbsp; จบการศึกษา&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา เทศบาลตำบลอุโมงค์ได้จัดสรรงบประมาณสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการประมาณปีละ 1 ล้านบาท&amp;nbsp; และล่าสุดในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เทศบาลฯ ได้มอบเงินสมทบให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลอุโมงค์จำนวน 1 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลอุโมงค์รับมอบเงินสมทบ 1 ล้านบาทจากผู้บริหารเทศบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศที่ร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือสมาชิกกองทุนฯ และประชาชนทั่วไปในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วมในขณะนี้ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก&amp;nbsp; อ.ท่าตูม&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก จ.สุรินทร์&amp;nbsp; ต้นแบบการจัดการกองทุนที่ดี-ช่วยประชาชนช่วงโควิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พัชรี บุญมี ประธาน &amp;lsquo;กองทุนคุณธรรมสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก&amp;rsquo; อ.ท่าตูม&amp;nbsp; จ.สุรินทร์ เล่าว่า &amp;nbsp;ก่อนการจัดตั้งกองทุนฯ &amp;nbsp;ชาวบ้านไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะจัดตั้งกองทุนฯ ขึ้นมาได้ &amp;nbsp;เนื่องจากเห็นตัวอย่างกองทุนอื่นๆ ในตำบลที่ล้มเหลว &amp;nbsp;เพราะกรรมการไม่ซื่อสัตย์ &amp;nbsp;หน่วยงานราชการจึงไม่กล้าเข้ามาส่งเสริม &amp;nbsp;ตนในฐานะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จึงเข้าไปชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในตำบล ใช้เวลานานเกือบ &amp;nbsp;2 ปีจึงจัดตั้ง &amp;lsquo;กองทุนคุณธรรมสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก&amp;rsquo; ขึ้นมาได้&amp;nbsp; ในเดือนพฤษภาคม 2550&amp;nbsp; มีสมาชิกเริ่มต้น 192 คน &amp;nbsp;มาจาก อสม. 19 หมู่บ้าน (หมู่บ้านละ 10 คน) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนฯ เป็นรายเดือนหรือรายปีตามสะดวก คือ เดือนละ 30-31 บาท (ตามจำนวนวันในแต่ละเดือน) รายปีๆ ละ 365 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสวัสดิการให้สมาชิก 15 ด้าน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;คลอดบุตร 500 บาท &amp;nbsp;แม่นอนโรงพยาบาล &amp;nbsp;คืนละ 300 บาท สมาชิกเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล &amp;nbsp;คืนละ 100 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน 10 คืน เสียชีวิตช่วยตั้งแต่ 2,500-15,000 บาท &amp;nbsp;(เป็นสมาชิกตั้งแต่ 6 เดือน-11 ปี) ทุนการศึกษาเด็ก &amp;nbsp;ช่วยงานศพ-งานบวชปลอดเหล้า ฯลฯ เบิกจ่ายสวัสดิการทุกวันที่ 5 ของเดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากจำนวนสมาชิกเริ่มแรก 192 คนในปี 2550 &amp;nbsp;ด้วยการทำงานของคณะกรรมการทั้ง 19 หมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็น&amp;nbsp;อสม.ที่เข้าถึงและใกล้ชิดกับชาวบ้านอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพราะ อสม.จะให้การดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ชาวบ้าน &amp;nbsp;ประกอบกับคณะกรรม การมีความซื่อสัตย์ &amp;nbsp;ทำงานด้วยความเสียสละ &amp;nbsp;จึงทำให้ชาวบ้านในตำบลให้ความเชื่อถือ &amp;nbsp;สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;จนมีสมาชิกกว่า 5,000 คน&amp;nbsp;มีเงินกองทุนสะสมกว่า 24 ล้านบาท&amp;nbsp; (จากการสมทบของสมาชิก 16.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; รัฐบาลสมทบผ่าน พอช. 4.2 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; เทศบาลสมทบ 2.6 ล้านบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบัน (ตุลาคม 2564) มีสมาชิกจำนวน 4,329&amp;nbsp; คน &amp;nbsp;มีเงินกองทุน 14.1 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมาช่วยเหลือสมาชิกไปแล้ว 7,014&amp;nbsp; คน/ครั้ง&amp;nbsp; รวมเงินช่วยเหลือ 10 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;กองทุนฯ ของเรามีระบบการบริหารจัดการที่ดี &amp;nbsp;มีความโปร่งใส &amp;nbsp;มีคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ รวมทั้งหมด 34 คน &amp;nbsp;มาจากกรรมการในระดับหมู่บ้านและตำบล &amp;nbsp;กรรมการจะไม่ถือเงินสดไว้ในมือ &amp;nbsp;เพื่อป้องกันปัญหา นอกจากนี้เรายังมีระบบตรวจสอบที่ดี &amp;nbsp;มีการตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ &amp;nbsp;และเชิญหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น เทศบาลมาเป็นกรรมการร่วมตรวจสอบ &amp;nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลร่วมวางระบบเอกสาร &amp;nbsp;ระบบบัญชี &amp;nbsp;มีบัญชีรายรับ-จ่ายต่างๆ &amp;nbsp;สมาชิกสามารถ ตรวจสอบข้อมูลการเงินได้ &amp;nbsp;รวมทั้งเรายังให้กรรมการไปเคาะประตูบ้านเพื่อแจ้งข่าวสารให้แก่สมาชิก ทำให้กองทุนฯ ได้รับความเชื่อถือทั้งจากสมาชิกและหน่วยงานภายนอก&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานกองทุนฯ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากผลงานการบริหารกองทุนดังกล่าว กองทุนคุณธรรมสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแกจึงได้รับรางวัลด้าน &amp;lsquo;การบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล&amp;rsquo; จากการจัดประกวดกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;รางวัล  &amp;lsquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rsquo; ปี 2563 ตามแนวคิดของ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการจัดประกวดของสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ พอช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการช่วยเหลือสมาชิกและประชาชนทั่วไปในช่วงสถานการณ์โควิดนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พัชรี&amp;nbsp; ประธานกองทุนฯ บอกว่า&amp;nbsp; เนื่องจากคณะกรรมการกองทุนฯ ส่วนใหญ่เป็น อสม.อยู่แล้ว&amp;nbsp; เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิดรอบแรกในปี 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรม การกองทุนฯ จึงมีความตื่นตัวในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาด&amp;nbsp; มีการจัดทำหน้ากากผ้าอนามัยกว่า 10,000 ชิ้นแจกประชาชนทั้งตำบล&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; เพราะโควิดมันไม่เลือกหน้า&amp;nbsp; และให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอโควิดปีนี้&amp;nbsp; กองทุนฯ ก็ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; โดยเราร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ร่วมกับเทศบาลตำบลเมืองแก&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์คัดกรองโควิดในหมู่บ้าน&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์กักกันผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp; ร่วมกับ รพ.สต.เมืองแกและโรงพยาบาลท่าตูมฉีดวัคซีนให้ประชาชน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณจาก สปสช.แจกเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยในตำบล&amp;nbsp; และใช้งบของกองทุนฯ แจกอาหารแห้ง&amp;nbsp; น้ำดื่มที่จุดพักคอยและกักกันในตำบล&amp;nbsp; รวม 18&amp;nbsp; จุด&amp;nbsp; ใช้งบ 13,200 บาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประธานกองทุนคุณธรรมสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแกบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พัชรี&amp;nbsp; ประธานกองทุนฯ&amp;nbsp; (ซ้าย) มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากตัวอย่างที่กองทุนฯ ตำบลเมืองแก&amp;nbsp; จ.สุรินทร์แล้ว&amp;nbsp; ยังมีกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลต่างๆ ทั่วประเทศให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลประสงค์ &amp;nbsp;อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; บูรณาการความร่วมกับสมาคมเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ร่วมกันมอบสิ่งของ &amp;nbsp;อาหาร เครื่องดื่ม &amp;nbsp;ให้กับศูนย์พักคอยในชุมชนวัดเขากอม &amp;nbsp;อ.ท่าชนะ&amp;nbsp; โดยศูนย์พักคอยแห่งนี้เปิดดำเนินการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดได้&amp;nbsp; 40 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สานพลังเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยในขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; และภาคกลาง&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนในภาคต่างๆ ที่รวมตัวกันในนามของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด&amp;nbsp; เครือข่ายภัยพิบัติภาคเหนือ&amp;nbsp; เครือข่ายภัยพิบัติภาคอีสาน&amp;nbsp; ได้ร่วมกับ พอช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้าไปให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp; โดยมอบอาหารสด-แห้ง&amp;nbsp; เครื่องใช้ที่จำเป็น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; จังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่ 8 ตุลาคม &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;เครือข่ายที่อยู่อาศัยเมืองเชียงใหม่ เครือข่ายองค์กรชุมชนอำเภอดอยเต่า &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบลดอยเต่า &amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลดอยเต่า &amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีพัฒนา &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;กรมการปกครองอำเภอดอยเต่า &amp;nbsp;พอช.ภาคเหนือ &amp;nbsp;นิคมสร้างตนเองดอยเต่า&amp;nbsp; พร้อมทีม One Home พมจ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกันมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp; จำนวน 4 หมู่บ้าน &amp;nbsp;รวม 200 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.สุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดสุโขทัย &amp;nbsp;9 ตุลาคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุโขทัย &amp;nbsp;รวมพลคนจิตสาธารณะ ร่วมกันบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัย &amp;nbsp;จำนวน 1,000 ชุด &amp;nbsp;ณ &amp;nbsp;ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนลูกพ่อขุนราม &amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย &amp;nbsp;ช่วงบ่ายลงมอบถุงยังชีพในพื้นที่&amp;nbsp; อ.ศรีสำโรง&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.คีรีมาศ&amp;nbsp; และ อ.กงไกรลาศ &amp;nbsp;จำนวน 777 ชุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนจังหวัดพิจิตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;  วันที่ 9 ตุลาคม &amp;nbsp;เครือข่ายภัยพิบัติภาคอีสาน &amp;nbsp;ร่วมกับ พอช. ส่งมอบความห่วงใยจากใจช่วยพี่น้องผู้เดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม &amp;nbsp;ต.พระบุ &amp;nbsp;อ.พระยืน &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; ระหว่างวันที่​ 2-3​ ตุลาคม&amp;nbsp; คณะยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรี อยุธยาร่วมกับสำนักงานภาคกลางและตะวันตก พอช. &amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดทำถุงยังชีพจำนวน 600 ชุด &amp;nbsp;ใช้งบประมาณ 120,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ 30 ตำบล&amp;nbsp; 8 อำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะช่วยเหลือในช่วงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp; และ พอช.ช่วยเหลือชาวบ้านที่ จ.ชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp; สิงห์บุรี&amp;nbsp; ลพบุรี&amp;nbsp; และอ่างทอง&amp;nbsp; ร่วมกับ พอช. และ พมจ. กำนัน&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อมอบอาหารและสิ่งของจำเป็นให้แก่ชาวบ้านที่ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือเฉพาะหน้า&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะสำรวจข้อมูลเพื่อให้ความช่วยเหลือภายหลังน้ำลด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของการรวมกลุ่มชาวบ้าน&amp;nbsp; องค์กรภาคประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่รวมพลังให้ความช่วยเหลือกัน ถือเป็นการสร้างตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้ผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; ผู้ทุกข์ยาก&amp;nbsp; ต้องร่วงหล่นกระแทกพื้นโดยไม่มีอะไรมารองรับ !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120221</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ปี  พอช., กองทุนสวัสดิการชุมชน, ครูชบ  ยอดแก้ว, ผู้ประสบภัยน้ำท่วม, พอช., พัชรี บุญมี, ภาคีเครือข่าย, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สร้างตาข่ายสังคมรองรับคนทุกข์, สะสมเงินเพียงวันละ 1 บาทเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616ea39f59d50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16 ปี “กองทุนสวัสดิการชุมชน”  เครือข่ายทั่วประเทศร่วมผลักดัน ‘พ.ร.บ.’ สร้างชุมชน-กองทุนเข้มแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; มอบสิ่งของเยี่ยมผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo; ถือเป็น &amp;lsquo;กองบุญ&amp;rsquo; ที่ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิกในยามที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ทุนการศึกษา&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รวมทั้งยังช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้วจำนวน 6,051 กองทุน &amp;nbsp;มีสมาชิกรวมกันมากกว่า &amp;nbsp;5.7 ล้านคน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนทั้งหมดกว่า 18,406 ล้านบาท&amp;nbsp; !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม กองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ เหล่านี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล รวมทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง บางกองทุนมีความเข้มแข็งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายกองทุนยังขาดความเข้มแข็ง &amp;nbsp;การบริหารจัดการยังไม่เป็นระบบ ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แกนนำ เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศจึงได้เริ่มขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้มี &amp;lsquo;กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; เป็นหลักประกันสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีระบบสวัสดิการรองรับเหมือนกับข้าราชการและพนักงานบริษัทเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;16 ปี &amp;nbsp;&amp;lsquo;สวัสดิการภาคประชาชน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเริ่มจัดตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2548 &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลหรือเทศบาลขึ้นมาทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน 99 กองทุน&amp;nbsp; หลักการสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนจะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือเดือนละ 30-31 บาท&amp;nbsp; ปีละ 365&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิกในยามจำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แนวคิดสวัสดิการชุมชนดังกล่าว&amp;nbsp; มีที่มาจาก &amp;lsquo;กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต&amp;rsquo; ของ &amp;lsquo;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;rsquo; (ปัจจุบันเสียชีวิต) ครูประชาบาลในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา&amp;nbsp; ที่เริ่มจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ในโรงเรียนวัดน้ำขาวตั้งแต่ปี 2522 เพื่อให้ครูและนักเรียนมีความประหยัด&amp;nbsp; อดออม&amp;nbsp; มีสัจจะ&amp;nbsp; โดยนำเงินออมมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงขยายไปสู่หมู่บ้านต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีแนวคิดคือ &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านลดรายจ่ายเพียงวันละ 1 บาท&amp;nbsp; แล้วนำเงิน 1 บาทมาสะสมร่วมกัน เพื่อให้คนเดือดร้อนกู้ยืม&amp;nbsp; หรือนำไปประกอบอาชีพ โดยคิดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย&amp;nbsp; เมื่อกลุ่มมีรายได้จากดอกเบี้ยจะนำมาปันผลให้สมาชิก&amp;nbsp; และช่วยเหลือสวัสดิการสมาชิกตั้งแต่เกิดจนถึงตาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากแนวคิด &amp;lsquo;กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต&amp;rsquo; ของครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;nbsp; จึงมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp; พระนักพัฒนา&amp;nbsp; ฯลฯ จากทั่วประเทศได้มาศึกษาเรียนรู้และนำไปขยายผล&amp;nbsp; รวมทั้งครูชบยังได้เดินสายไปบรรยายเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ขึ้นมาทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหลักการคือ สมาชิกจะต้องสะสมเงินเข้ากลุ่มตามที่กำหนด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เดือนละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; อย่างน้อย 100 บาท&amp;nbsp; เมื่อสมาชิกมีความจำเป็นก็สามารถกู้ยืมเงินไปใช้จ่ายได้ตามข้อตกลงของกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเสียดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย (ไม่เกิน 1 บาทต่อเดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; แนวคิด &amp;ldquo;สะสมเงินเพียงวันละ 1 บาทเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือกัน&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp; ได้ถูกต่อยอดจากชุมชนหลายแห่ง&amp;nbsp; จนพัฒนามาเป็น &amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นมาอย่างเป็นทางการในปี 2548 &amp;nbsp;เป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบล&amp;nbsp; หรือเทศบาล&amp;nbsp; (หากเป็นกรุงเทพฯ จะเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขต)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 16 ปี&amp;nbsp; มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้ว (กรกฎาคม 2564) รวม 6,051 กองทุน&amp;nbsp; จำนวนสมาชิกรวมกัน &amp;nbsp;5,739,396 คน &amp;nbsp;เงินกองทุนรวมกัน&amp;nbsp; 18,406&amp;nbsp; ล้านบาท (18,406,719,388 บาท)&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือเฉลี่ยกองทุนแต่ละแห่งจะมีเงินกองทุนแห่งละ 3 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อคนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่เป็นการริเริ่มจัดตั้งโดยผู้นำในตำบล (บางแห่งริเริ่มโดยผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล)&amp;nbsp; ชักชวนแกนนำหมู่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กรต่างๆ มาประชุมร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อชี้แจงเป้าหมาย&amp;nbsp; วัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุน&amp;nbsp; คัดเลือกตัวแทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการกองทุน&amp;nbsp; ร่วมกันกำหนดระเบียบกองทุน คุณสมบัติของสมาชิก&amp;nbsp; การสมทบเงิน&amp;nbsp; สวัสดิการที่จะช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่จะให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นรายเดือนหรือรายปีตามความสะดวก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เดือนละ 30 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เมื่อเป็นสมาชิกแล้วอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะได้รับสวัสดิการช่วยเหลือพื้นฐานตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตรช่วยเหลือ 500 บาท&amp;nbsp; นอนโรงพยาบาลช่วยเหลือคืนละ 100 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน 10 คืน&amp;nbsp; ช่วยสมาชิกที่เสียชีวิต&amp;nbsp; 3,000-20,000 บาท (ตามอายุการเป็นสมาชิก)&amp;nbsp; ช่วยภัยพิบัติไม่เกิน 2,000 บาท ฯลฯ&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะต้องนำหลักฐานมาเบิกจ่ายแก่คณะกรรมการ&amp;nbsp; แม้จำนวนเงินที่ช่วยเหลือจะไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ก็เป็นการช่วยเหลือที่ทันท่วงที&amp;nbsp; ไม่มีระเบียบขั้นตอนมากมาย&amp;nbsp; ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบางเลน จ.นครปฐม&amp;nbsp; มอบเงินช่วยเหลือผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้บางกองทุนอาจจัดสวัสดิการให้สมาชิกได้หลากหลายตามความเหมาะสม&amp;nbsp; เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน เทศบาลตำบลอุโมงค์&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ลำพูน จัดตั้งขึ้นในปี 2550 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 7,000 คน&amp;nbsp; มีสวัสดิการถึง 24 ประเภท เช่น&amp;nbsp; ค่ารถไปโรงพยาบาล &amp;nbsp;สวัสดิการเมื่อบวช&amp;nbsp; เกณฑ์ทหาร&amp;nbsp; แต่งงาน&amp;nbsp; ขึ้นบ้านใหม่&amp;nbsp; จบการศึกษา&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาเทศบาลตำบลอุโมงค์จัดสรรงบประมาณสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการประมาณปีละ 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สวัสดิการ &amp;ldquo;ควายออกลูก&amp;rdquo; ที่ จ.สุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กองบุญคุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง&amp;nbsp; อ.จอมพระ&amp;nbsp; จ.สุรินทร์ นอกจากจะจัดสวัสดิการพื้นฐานให้แก่สมาชิกแล้ว ยังส่งเสริมให้สมาชิกมีความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; ทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; ส่งเสริมการเลี้ยงควายเพื่อนำมูลควายมาทำปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมี &amp;lsquo;สวัสดิการควายออกลูก&amp;rsquo; มอบเงินสวัสดิการเมื่อควายของสมาชิกออกลูกตัวละ 200 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; (สมาชิกคลอดบุตรช่วยเหลือ 500 บาท)&amp;nbsp; มีสมาชิกกองบุญฯ ประมาณ 2,300 คน&amp;nbsp; สมาชิกที่เลี้ยงควายจำนวน 228 ครอบครัว&amp;nbsp; มีควายรวมกันจำนวน 984 ตัว ที่ผ่านมาจ่ายสวัสดิการควายออกลูกไปแล้วจำนวน&amp;nbsp; 443 ตัว รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 886,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คนออกลูกได้ 500 บาท&amp;nbsp; ควายออกลูกได้ 200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วิเชียร&amp;nbsp; สัตตธารา &amp;nbsp;เลขานุการกองบุญคุณธรรมฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ตำบลเมืองลีงเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; มีผลผลิตส่งขายประมาณปีละ 10,000 ตัน&amp;nbsp; จึงอยากส่งเสริมให้ชาวบ้านและสมาชิกกองทุนฯ เลี้ยงควายเอาไว้&amp;nbsp; เพราะถึงแม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้ใช้ควายทุยไถนา&amp;nbsp; เพราะหันไปใช้ควายเหล็กกันหมดแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่มูลควายก็นำเอามาหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ใส่ในนาข้าวและแปลงผักได้ผลดี ยิ่งเป็นข้าวหอมมะลิอินทรีย์ยิ่งขายได้ราคาดี&amp;nbsp; คนกินและคนปลูกข้าวก็จะปลอดภัย&amp;nbsp; เพราะไม่ได้ใช้สารเคมี&amp;nbsp; กองบุญคุณธรรมฯ จึงส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงควาย&amp;nbsp; เพราะถือว่าเป็นควายเป็นต้นทางของการทำเกษตรอินทรีย์&amp;rdquo;&amp;nbsp; วิเชียรย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ร่วมขับเคลื่อน (ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู &amp;nbsp;ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ &amp;nbsp;ซึ่งมีบทบาทส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนถ้าพูดในหลักของธรรมะ &amp;nbsp;ถือเป็น &amp;lsquo;กองบุญ&amp;rsquo; ที่สมาชิกทุกคนร่วมกันบริจาค หรือสมทบเงินเข้ามาเพื่อเป็นกองบุญคนละ 1 บาท &amp;nbsp;เพื่อเป็นเงินเอาไว้ดูแลสมาชิกในยามทุกข์ยากลำบาก หรือคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนก็ยังช่วยเหลือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมทั้งยังช่วยเหลือสมาชิกและชุมชนในรูปแบบที่ไม่ได้เป็นตัวเงิน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ดูแลป่าชุมชน&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารตามธรรมชาติในป่า&amp;nbsp; ดูแลและปกป้องท้องทะเล&amp;nbsp; ทำให้มีแหล่งอาหารเอาไว้ให้ลูกหลาน&amp;nbsp; เป็นสวัสดิการชุมชนที่ยั่งยืน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศยังนำเงินกองทุนของตนเองมาผลิตหน้ากากผ้าอนามัยแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปประมาณ 1 ล้านชิ้นทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งยังนำข้าวปลา&amp;nbsp; อาหารสดแห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งสิ่งของจำเป็นแจกจ่ายให้แก่พี่น้องในชุมชนและประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดด้วย&amp;nbsp; ถือเป็นการช่วยเหลือจุนเจือกันในยามเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ร่วมทำหน้ากากผ้าอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นมาในปี 2548&amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 16 ปี&amp;nbsp; แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ &amp;nbsp;ยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล &amp;nbsp;รวมทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;บางกองทุนมีความเข้มแข็งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;แต่หลายกองทุนยังขาดความเข้มแข็ง &amp;nbsp;การบริหารจัดการยังไม่เป็นระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นในช่วง &amp;nbsp;2-3 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;แกนนำและเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศจึงได้เริ่มขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp;โดยมีนักวิชาการด้านกฎหมายจากสถาบันพระปกเกล้าช่วยร่าง &amp;lsquo;พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน พ.ศ...&amp;rsquo; &amp;nbsp;ขึ้นมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นจึงรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 14,106 ราย&amp;nbsp; เสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; เมื่อ 23 กันยายน 2563 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนยื่นรายชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการฯ ต่อเลขานุการสภาผู้แทนราษฏร เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; คือให้มี &amp;lsquo;คณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน &amp;nbsp;และมี &amp;lsquo;คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบสวัสดิการของชุมชนระดับจังหวัด&amp;rsquo; มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชนตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความคืบหน้าของการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏรได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ไปให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน&amp;nbsp; ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ. 2560&amp;nbsp; มาตรา 133 &amp;nbsp;กำหนดว่า&amp;nbsp; หากเป็นร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ก็ต่อเมื่อมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดยนายกฯ จะต้องลงนาม&amp;nbsp; หากไม่ลงนาม ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนั้นก็จะตกไป&amp;nbsp; คาดว่าจะรู้ผลได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แก้ว สังข์ชู ในฐานะประธานผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย &amp;nbsp;บอกว่า &amp;ldquo;กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายเชิงส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง เป็นเครื่องมือที่จะสร้างให้ชุมชนพึ่งพาตนเองเป็นหลัก คิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นฉบับแรกที่เข้าถึงภาคประชาชนที่มาจากฐานราก และพวกเราก็ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือสำคัญของชุมชนของสังคม&amp;nbsp;ที่ผ่านมาก็ทำงานเรื่องนี้มาโดยตลอดถึงแม้ว่าจะไม่มีกฎหมาย แต่ถ้าเกิดเป็นกฎหมายขึ้นมาแล้ว สาระสำคัญคือ จะเกิดความเชื่อมั่น ความศรัทธา และบริหารความเสี่ยง ซึ่งจะทำให้กฎหมายฉบับนี้เกิดความยั่งยืนมั่นคงต่อการปฏิบัติ &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้จะดูแลเราตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (อ่านรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ที่เว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า &amp;nbsp;https://www.kpi.ac.th/news/news/data/867)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109082</URL_LINK>
                <HASHTAG>16 ปี  ‘สวัสดิการภาคประชาชน’, กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต, กองทุนสวัสดิการชุมชน, กองบุญ, คณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ, ครูชบ  ยอดแก้ว, ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส, ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ, พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน, วิเชียร  สัตตธารา, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สวัสดิการควายออกลูก, สะสมเงินเพียงวันละ 1 บาทเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือกัน, แก้ว  สังข์ชู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6f15c8f74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
